Bhutan Center inner page header image

เจาะลึก!! ‘Bhutan Model’ การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

สายเขียว

หากคุณกำลังมองหาสถานที่เที่ยวที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและมีคุณค่า ได้สัมผัสถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ดีงามอย่างแท้จริงของผู้คนในประเทศ พร้อมทั้งบรรยากาศที่ถูกโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและขุนเขา ที่จะพาคุณไปพบกับอากาศอันบริสุทธิ์ ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า วันนี้ฉันจึงอยากแนะนำทางเลือกหนึ่งให้คุณ ที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต คุณไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนประเทศแห่งความสุขแห่งนี้ นั่นก็คือประเทศ “ภูฏาน” นั่นเองค่ะ

ประเทศภูฏานนั้นเป็นที่รู้จักในฐานะของต้นแบบการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Development) ด้วยมีการวางแผนกลยุทธ์การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบระยะยาวที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถควบคุมการดำเนินงานให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) ได้ และที่สำคัญการท่องเที่ยวช่วยทำให้ภูฏานเกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวนั่นเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าการนำการท่องเที่ยวมาเป็นวิธีการในการพัฒนาประเทศหรือชุมชนนั้น ถือได้ว่าเป็นแนวทางที่ดี และก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนหากมีการวางแผนอย่างรอบคอบ รัดกุม และมีประสิทธิภาพ

20121127-28 Thimphu - WandueP - Phobjikha 287

โดยการพัฒนาการท่องเที่ยวของภูฏานอยู่ภายใต้ขอบข่ายการดำเนินงานตามหลักของความสุขมวลรวมประชาชาติ (Gross National Happiness หรือ GNH) ซึ่งการท่องเที่ยวของประเทศภูฏานได้เริ่มต้นขึ้นในปี 1974 เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก (King Jigme Singye Wangchuck) หรือบิดาของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก (King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck) กษัตริย์องค์ปัจจุบัน ท่านมองว่าหากมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนเกินขีดจำกัดการรองรับนักท่องเที่ยวของประเทศ อาจจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อทรัพยากรทางการท่องเที่ยว ทั้งสภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมที่ดีงามอันเป็นเอกลักษณ์ของประเทศภูฏานได้ รัฐบาลจึงนำนโยบาย High Value – Low Volume มาใช้วางกรอบแผนนโยบายด้านการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศของตน

ซึ่งหลักการของการท่องเที่ยวที่มีคุณค่า (High Value) และสร้างผลกระทบทางการท่องเที่ยวที่ต่ำ (Low Impact Tourism) กลายเป็นเอกลักษณ์ (Brand) ที่สำคัญของการท่องเที่ยวภูฏาน ซึ่งเป็นกรอบแนวคิดที่แม้แต่องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations World Tourism Organization หรือ UNWTO) ยังมองว่าเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

เราจะเห็นได้ว่าประเทศภูฏานประสบความสำเร็จกับการพัฒนาการท่องเที่ยวได้จากสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือนประเทศภูฏานในปี 1974 ที่มีจำนวนเพียง 287 คน แต่ในปี 2010 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นมาเป็น 41,000 คน และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาจะเป็นเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ (High Value) ถึงแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศภูฏานมีจำนวนที่ไม่สูงมากนัก แต่ภูฏานก็สามารถพึ่งพาการท่องเที่ยวในการสร้างรายได้และการพัฒนาประเทศได้ ทุกคนอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับประเทศภูฏานว่าจำกัดนักท่องเที่ยว แต่ความจริงแล้วประเทศภูฏานไม่ได้จำกัดแต่เป็นเพียงเพราะสายการบินที่บินเข้าไปในประเทศมีจำนวน2สายการบิน คือ Bhutan Airlines และ Drukair

ทั้งนี้ ในปี 2010 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทำให้ประเทศภูฏานเกิดรายได้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (Gross Domestic Product) ประมาณ 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,060 ล้านบาท และยังสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนและบริษัททัวร์ท้องถิ่น โดยมีจำนวนแรงงานทั้งหมด 21,000 คน ที่ทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งทางตรงและทางอ้อม

โดยสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญของการท่องเที่ยวที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนในประเทศ คือ วัฒนธรรม วิถีชีวิต เทศกาล ธรรมชาติ ที่คุณสามารถไปสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวเที่ยวเช่นนี้ได้ผ่านโปรแกรมทัวร์ 5 วัน 4 คืน หรือไม่ก็ โปรแกรมทัวร์ 4 วัน 3 คืน ที่จะเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ใหม่สุดประทับใจ อย่างที่คุณที่ไม่เคยได้รับมาก่อนค่ะ

 

+ แสดงความคิดเห็น

«

»

โพสท์ล่าสุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

  • เรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ของภูฏาน

  • ข้อมูลเพิ่มเติม

  • Bhutan Airlines

    • Ad 260
  • Package

    • Ad 260